Thursday, February 17, 2011

ข้อผิดพลาด10ประการของ ผู้ลงทุนในตลาดอนุพันธ์ ตอนที่1


1. Don’t know Regulations and Rules การที่ไม่ได้ศึกษาถึงกฎกติกาให้ดีก่อน เช่น สินค้าอ้างอิงว่าเป็นสินค้าอะไร ,เงื่อนไขการวางหลักประกัน, วันหมดอายุสัญญา, มูลค่าของสัญญา ,วีธีการคำนวนราคา Daily Settlement price และ Final Settlement Price ซึ่งข้อผิดพลาดเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการลดทอนเงินทุนและกำลังใจของผู้ลง ทุนก่อนถึงเป้าหมายได้ เปรียบเสมือนเกมส์การแข่งขันในกีฬาแต่ละประเภท หากไม่ศึกษาถึงกฎกติกาวิธีการเล่นอย่างชัดเจนแล้ว ก็ยากที่จะชนะหรือได้เปรียบต่อนักลงทุนรายอื่นได้ ซึ่งตัวอย่างที่จะเห็นได้ง่ายๆ คือการที่เข้าเปิดสถานะซื้อสัญญาที่กำลังจะหมดอายุ โดยมีราคาสูงกว่า ราคาสินค้าอ้างอิงอยู่มาก ทำให้เมื่อถึงวันหมดอายุสัญญา ต้องขาดทุนอย่างที่ไม่ควร เป็นต้น


2. Hold 2 positions  การเปิดสถานะสองด้าน
การเปิดสัญญา 2ด้านใน Series เดียวกัน (2 legs position) หรือการทำ hedging ด้วยการ Long และ Short คนละSeries (เดือน หมดอายุไม่เท่ากันแต่สัญญาสินค้าอ้างอิงเดียวกัน) โดยมีวัตถุประสงค์ที่ต้องการแก้ไขพอร์ตการลงทุนหรืออยากทำกำไรทั้งสองด้าน (ทั้งขึ้นหรือลง)  ซึ่งที่ผมเห็นส่วนใหญ่นั้นเกิดจาก สาเหตุที่นักลงทุนมีการลงทุนที่ผิดทางในครั้งแรกแต่ไม่ยอมปิดสถานะจึงเลือก ที่จะทำการถือสถานะทั้งสองด้านเพราะไม่อยากปิดสัญญาด้านแรกที่จะเห็นตัวเอง ขาดทุนดังนั้นจึงหลอกตัวเองด้วยการไม่ปิดสถานะเพราะไม่ปิดก็ไม่เห็นการขาด ทุน  ซึ่งความเป็นจริงกำไรและขาดทุนมีการคำนวนอยู่ใน พอร์ตทุกวันอยู่แล้ว ซึ่งการเปิดสถานะทั้งสองด้านนั้นจะเห็นว่ามีอีกด้านหนึ่งที่เป็นกำไร แต่ก็ไม่อาจมาชดเชยด้านขาดทุนที่เกิดขึ้นในครั้งแรกได้ แต่อย่างไรก็ดียังมีนักลงทุนส่วนมากที่คิดว่าจะสามารถแกะสถานะทั้งสองด้าน เพื่อทำให้สุดท้ายเกิดกำไรขึ้นทั้งสองด้านซึ่งความเป็นจริง อาจทำได้ยากมากถ้าวันนั้นตลาดไม่ได้แกว่งตัวมากหรือมีทิศทางที่ชัดเจนหรือ การแกะสถานะให้พอดีก็ค่อนข้างยาก  ดังนั้นการเปิด สถานะทั้งสองด้านจะเป็นปัญหาและอุปสรรคมากกว่า เนื่องจากจะทำให้การตัดสินใจของผู้ลงทุนจะไม่เฉียบคมเพราะการถือสถานะทั้ง สองข้างจะทำให้เกิดความลังเลใจเนื่องจากจะมีด้านหนึ่งกำไรและด้านหนึ่งขาด ทุนอยู่ตลอดเวลาซึ่งผู้ที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนตลาดฟิวเจอร์ ส่วนใหญ่นั้นจะตัดใจด้วยการปิดสถานะทันทีเมื่อทิศทางไม่ได้เป็นอย่างที่คิด  จากนั้นค่อยหาจังหวะใหม่ในการเปิดสถานะใหม่


3. Over Trade การลงทุนเกินกำลังของตัวเอง
เนื่องจากการลงทุนในตลาดอนุพันธ์หรือ Futures นั้นใช้หลักประกันเพียงบางส่วนเพื่อทำการซื้อขายสัญญา ซี่งบางสินค้า ใช้เงินหลักประกันเริ่มต้นเพียง 10% เท่านั้น ดังนั้นหากผู้ลงทุนมีหลักประกันหรือเงินลงทุนที่น้อยแต่อยากที่จะลงทุนเพิ่ม มากขึ้นเรื่อยจนเต็มเพดานวงเงินที่สามารถเล่นได้ โดยลืมประเมินถึงมูลค่าของสัญญา และความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงในการขาดทุนได้

หรือ อาจเปรียบเทียบกับ ผู้ที่ได้กำไรในการลงทุนและเปิดสถานะเพิ่มตลอดเพื่อต้องการทำกำไรให้ได้สูง สุด ซึ่งจะนำมาให้ผู้ลงทุนเกิดความโลภจนลืมคิดว่าเงินที่ลงทุนจริงอาจไม่เพียงพอ หากตลาดกลับทางกับสิ่งที่ตัวเองคิดไว้

ดัง นั้น จึงเห็นได้ว่าบ่อยครั้งที่ผู้ที่มีกำไรในช่วงแรกจนได้ใจ และเกิดความโลภ ก็จะนำมาซึ่งการขาดสติ และมักจะทำให้เกิดความเสียหายตามมา เปรียบเสมือนนักพนันที่เล่นตามบ่อนซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อใดควรหยุดหรือถอย ก็จะยอมจบเมื่อหมดตัวเท่านั้น



4. Overnight trade การเปิดสถานะข้ามวัน
บาง ช่วงเวลาหากประเมินสภาวะตลาดหรือมองทิศทางของแนวโน้มไม่ออก การเปิดสถานะค้างไว้เพื่อลุ้นในวันถัดไป ก็คงไม่ต่างอะไรกับการพนัน ที่เพียงเดาว่ามันจะขึ้นหรือลง ซึ่งบ่อยครั้งจะเห็นได้ว่ากำไรที่สะสมมาระหว่างวัน กับมาต้องพนัน กับสิ่งไม่แน่นอน หรือควบคุมไม่ได้ในช่วงข้ามคืน  ดังจะเห็นได้จากราคาทองคำที่มีการซื้อขายอยู่ตลอด 24 ช.ม. แต่เวลาที่เราสามารถควบคุมได้(หยุดขาดทุนได้) ก็มีเพียงช่วงเวลาเทรดเท่านั้น ซึ่งสถานการณ์อาจเปลี่ยนไปในช่วงข้ามคืนในขณะที่เราไม่สามารถควบคุมความ เสี่ยงได้เลย หรือการซื้อขายดัชนีล่วงหน้า SET50 ที่อาจมีแนวโน้มเปลี่ยนไปในช่วงกลางคืนจากการผันผวนของดัชนีตลาดต่างประเทศ เช่น Dowjone ก็อาจส่งผลในทิศทางตรงกันข้ามในช่วงเวลาเปิดตลาดของวันถัดไปก็เป็นได้ 
ดังนั้น การปิดประตูความเสี่ยง ได้คือการไม่มีสถานะ ในช่วงที่เราไม่สามารถควบคุมการลงทุนของเราได้



5. Alway to be the Victor ต้องการเป็นผู้ชนะตลอดเวลา
ไม่ มีใครที่สามารถลงทุนหรือเทรด ได้ถูกต้องตลอดเวลา ดังนั้นการแพ้ชนะ ในเรื่องการลงทุนเป็นเรื่องปรกติที่เปรียบดังเกมส์กีฬา ที่จะมีทั้งกำไร และขาดทุนบ้างผสมกันไป โดยสิ่งที่เหลือคือการพัฒนาทักษะที่จะสามารถให้ครั้งที่ถูกมากกว่าครั้งที่ ผิด (Win/loss Ratio) รวมถึงการควบคุมความเสี่ยงและผลตอบแทน (Risk and Reward) เพื่อให้การขาดทุนได้ถูกจำกัดและการที่ได้กำไรต้องมีสัดส่วนที่มากกว่าปริมาณขาดทุนเป็นเท่าตัวขึ้นไป

แต่ บ่อยครั้งที่จะเห็นว่า ผู้ที่เคยประสบความสำเร็จจากการลงทุนในหุ้น ที่ถือคติไม่ขายไม่ขาดทุน อาจนำมาใช้กับตลาดอนุพันธ์ไม่ได้เพราะ เนื่องจากความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ที่มีการกำหนดระยะเวลาของอายุสัญญา รวมถึงการคำนวนกำไรขาดทุนเป็นวัน และต้องมีการเรียกหลักประกันเพิ่ม ดังนั้น การทนถือ เพื่อไม่ยอมตัดขาดทุน อาจต้องทำให้เติมเงินไม่รู้จบ หรือการขาดทุนอาจจะมีมากกว่าเงินหลักประกันที่เริ่มใช้ในตอนแรกก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นสำหรับผู้ที่ไม่ยอมแพ้ (ไม่ยอม Cut loss) ก็คือผู้ที่แพ้อย่างแน่นอนในตลาดอนุพันธ์


สำหรับตอนต่อไป มาพบกับข้อผิดพลาดที่เหลืออีก 5ข้อ ว่าจะเป็นอะไรบ้าง

source: http://www.investorchart.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=382925

บัตรเครดิต CITI M Visa



โปรโมชั่น บัตรเครดิตอภิสิทธิ์ระดับโลก 
ประจำเดือน กุมภาพันธุ์ 2554


บัตรเครดิตอภิสิทธิ์ระดับโลก
โปรโมชั่น 1 :
รับ 1,000 คะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด* เพื่อแลกรับกระเป๋าเดินทาง President รุ่น Ultra Light มูลค่า 3,750 บาท (Code 31635) เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรฯ 1 ครั้ง ภายใน 30 วัน
รับเพิ่ม 4,000 คะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด* โปรโมชั่นพิเศษเฉพาะการสมัครบัตรฯ ผ่านออนไลน์เท่านั้น เมื่อมีการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ครบ 5 ครั้ง ภายใน 30 วันหลังจากได้รับบัตรฯ ฟรี ค่าธรรมเนียมรายปี ปีแรก
ฟรี ค่าธรรมเนียมรายปี ปีแรก

หรือ
โปรโมชั่น 2 :
รับ M Point 4,000 คะแนน* เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรฯ 1 ครั้ง ภายใน 30 วัน
รับเพิ่ม 4,000 คะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด* โปรโมชั่นพิเศษเฉพาะการสมัครบัตรฯ ผ่านออนไลนเท่า์นั้น เมื่อมีการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ครบ 5 ครั้ง ภายใน 30 วันหลังจากได้รับบัตรฯ
ฟรี ค่าธรรมเนียมรายปี ปีแรก

























ธปท.ชี้แบงก์ไทยแกร่งไม่ถูกปิดซ้ำรอยเกาหลี

ธปท.ยันสถานะการเงินธนาคารพาณิชย์ไทยแกร่ง! ไม่มีปัญหาขาดสภาพคล่องจนถึงขั้นต้องปิดกิจการซ้ำรอยธนาคารในเกาหลี


EUR/USD intraday on 17 Feb. 2011

EUR/USD intraday: rebound. Pivot: 1.3525

Most Likely Scenario : Long positions above 1.3525 with targets @ 1.3615 & 1.367 in extension.

Alternative scenario : Below 1.3525 look for further downside with 1.3495 & 1.346 as targets.

Comment : the pair has rebounded on its support as the RSI is turning up.



Fxpro Intraday snapshot in USD/GBP

Thursday, february 17, 2011

EUR/USD
The pair has struck against its resistance and is pulling back on its new support ahead of a further up move. Suggest long positions above 1.3525 with targets at 1.3615 and 1.367. The downside penetration of 1.3525 will call for a slide towards 1.35 and 1.346.
 
GBP/USD
The pair has rebounded on its support and is challenging its new resistance, a pull back should not be ruled out ahead of a further up move. Suggest long positions above 1.6045 with 1.615 and 1.6185 in sight. The downside penetration of 1.6045 will call for a slide towards 1.602 and 1.5985.
 
USD/JPY
The pair remains within a bullish channel. Suggest long positions above 83.3 with targets at 84 and 84.15. The downside breakout of 83.3 will open the way to 83.15 and 82.75.
 
AUD/USD
The pair and its intraday RSI have broken above their declining trend lines. Suggest long positions above 1 with targets at 1.0075 and 1.011 in extension. Below 1 look for further downside with 0.9965 and 0.9945 as targets.

Wednesday, February 16, 2011

มุมวิเคราะห์เทคนิค ของ ktzmico

ณ วันที่ 17 กพ 2554 

มุมวิเคราะห์เทคนิค
- Update ASP กับ KGI ทั้งสองหุ้นนี้ ยังถือว่าสามารถเข้าเก็งกำไรได้ แม้ว่าราคาจะยังไม่ขยับผ่านแนวต้าน 2.84 และ 2.82 บาทตามลำดับ แต่ก็ยังยืนอยู่ในตำแหน่งที่ดีของการเข้าทดสอบ หากผ่านได้ก็น่าจะวิ่งได้แรงโดยมีเป้าหมาย 3 บาท แนะซื้อเก็งกำไร
- PTTCH (ปิด 149.50 บาท +2 บาท) ราคาผ่าน 148 บาทแล้ว ก็เหลือแนวต้าน 153 บาท หากผ่านได้อีก ก็จะเปลี่ยนเป็นขาขึ้น ซึ่งตามสัญญาณต่างๆ แล้ว ถือว่ามีลุ้นทีเดียว แนะนำ ถือ หรือ ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 148 / 144 บาท แนวต้าน 153 / 157 บาท

HMPRO: ปัจจัยพื้นฐานแกร่ง


พื้นฐานแกร่ง ราคาหุ้นมี Upside กว่า 43%
เรายังคงมุมมองเป็นบวกต่อ HMPRO ราคาหุ้นล่าสุดที่ปรับลดลง เพราะความกังวลมากเกินไปต่อความเป็นไปได้ที่ QH อาจขายหุ้น HMPRO ออกไป แต่เราเห็นว่าเป็นโอกาสในการซื้อหุ้นปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งอย่าง HMPRO จึงคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยมูลค่าพื้นฐาน 12 บาท

กำไรสุทธิ 4Q53 โตอย่างแข็งแกร่ง
HMPRO มีกำไรสุทธิ 536 ล้านบาท ใน 4Q53 เพิ่ม 39%YoY และ 38%QoQ เป็นไปตามที่เราคาดไว้ แต่สูงกว่าประมาณการ Consensus  โดยผลการดำเนินงานรวมยังสดใสแม้เผชิญปัญหาน้ำท่วมใน 4Q แต่ยอดขายต่อสาขาเดิมโตราว 7-8% ด้านอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่ม 86bps เป็น 25.1% โดยบริษัทให้ข้อมูลว่าล่าสุดการเติบโตยังมีโมเมนตัมต่อเนื่อง สำหรับปี 53 มีกำไรสุทธิ 1.64 พันล้านบาท โต 15%

จ่ายหุ้นปันผลและเงินปันผล XD วันที่ 12 เม.ย.นี้
บริษัทประกาศจ่ายหุ้นปันผลอัตราส่วน 6 หุ้นเดิม ได้ 1หุ้นปันผล และเงินปันผล 0.0193 บาท/หุ้น กำหนด XD วันที่ 12 เม.ย. และจ่ายปันผลวันที่ 29 เม.ย.นี้ คาดหุ้นปันผลจะทำให้เกิด dilution ราว 14%

คาดกำไรปี 54 โต 27%
เราคงประมาณการกำไรปี 54 ไว้ที่ 2.07 พันล้านบาท โต 27% ภายใต้สมมติฐาน 1) สาขาใหม่เพิ่ม 4 แห่ง 2) ยอดขายต่อสาขาเดิมโต 8.5% 3) อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่ม 40bps เป็น 25.4% ทั้งนี้ บริษัทจะจัดประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 22 เม.ย. มีแนวโน้มเชิงบวกจากการประกาศเพิ่มสาขาในปี 54 โดยล่าสุดเราประมาณการบนเป้าหมายจำนวนสาขาตามปกติ 

source: ktzmico.com